วิจารณ์ลัดดาแลนด์
ลัดดาแลนด์
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดาราคนโปรดของพวกเราแสดงจึงอยากจะจับยกหนังเรื่องนี้ขึ้นมาวิจารณ์ที่สามารถอ่านได้ทั้งคนที่ดูแล้วและที่ยังไม่ได้ดู จึงเขียนแบบกลางๆมากกว่าเจาะประเด็นในเรื่องราวของหนังแต่อาจจะเขียนแบบละเอียดนิดนึง เพื่อให้ง่ายต่อการยกเหตุผลประกอบ บอกความชอบ และไม่ชอบชัดเจนเป็นประเด็นไป
หนังจากค่าย GTH เรื่องนี้ เป็นหนังผลงานการกำกับของ “จิม โสภณ ศัดดาพิศิษฎ์” แห่งโปรแกรมหน้า วิณญาณอาฆาต (2008) ที่การกลับมาอีกครั้งนี้ ก็ยังเลือกทำหนังผีตามถนัด โดยหยิบยกเอาเรื่องราวของหมูบ้านลัดดาแลนด์ ในจังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นสถานที่ตามท้องเรื่องและถือโอกาสตั้งเป็นชื่อเรื่องไปด้วยเลย หนังได้นักแสดงจอแก้วอย่าง “ก้อง สหรัถ”และ “ป๊อก ปิยธิดา” รวมกับนักแสดงหน้าใหม่อย่างน้อง ปันปัน สุทัดดา อุดมศิลป์ และน้องก๊อบแก๊บ อธิพิชญ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย นักแสดงทั้ง 4คนจะมาในฐานะสมาชิกครอบครัวที่ย้ายบ้านจากในกรุงเทพ เข้ามาอยู่ในหมูบ้านลัดดาแลนด์ที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากรายได้ที่เพิ่งขึ้นของพ่อ ธีร์ (ก้อง) พอที่จะผ่อนบ้านของตัวเองได้ แม่บ้าน(ป๊อก)จึงทำหน้าที่เป็นแม่บ้านเลี้ยงลุกแทน แม้ดูเผินๆ ครอบครัวนี้จะเพียบพร้อมทั้งบ้าน รถ และความมั่นคงในหน้าที่การงาน แต่เบื้องลึกความสุขของสมาชิกในบ้านกลับไม่มากนัก เมื่อลูกสาวอย่างแนน(ปันปัน) อยากกลับไปอยู่บ้านยายที่กรุงเทพอีกครั้ง แต่ธีร์ปฏิเสธตลอด เนื่องจากเค้ามีปัญญากับแม่ยายตัวเอง ธีร์และป่านได้เพื่อนบ้านเป็นหนุ่มอารมณ์ร้อน ที่มีนิสัยแปลกประหลาด และมักทำร้ายตบตีลูกเมียตัวเองเป็นประจำแต่ลูกชายของพวกเขาก็ยังแวะเข้ามาเล่นของเล่นกับน้อง นัท(ก๊อบแก๊บ) ลูกคนเล็กของบ้านอยู่เป็นประจำ
วันหนึ่งเมื่อเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นในหมูบ้าน แรงงานพม่าโดนฆ่าตายหมกศพในตู้เย็น ทำให้คนในหมู่บ้านถึงกับหวาดหวั่นขวัญผวา โดนผีหลอกกันถ้วนหน้า ทั้งพระ ยาม คนขับแท็กซี่ หรือแม้กระทั่ง แนน ที่ตามเพื่อนไปในบ้านที่เกิดเหตุฆาตกรรมด้วย หลังจากเหตุการณ์ผีร้ายอาละวาด เรื่องราวก็ยิ่งเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ เมื่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของธีร์ร้านฉานลงเรื่อยๆ เขาถูกไล่ออกจากงาน ถูกลูกสาวเกลียด หวาดระแวงว่าป่านจะมีชู้ และถึงขนาดซื้อปืนมาเก็บไว้ด้วย เพราะเห็นโจรบุกปล้นบ้านแบบต่อหน้าต่อตา
หลังจากนั้นเรื่องราวก็แย่ลง เมื่อเพื่อนบ้านของครอบครัว ธีร์ฆ่าตัวตายจากภาระหนี้สินและผีคนข้างบ้าน ทั้งผีพ่อ ผีแม่ ผีลูก ผีคุณย่าต่างก็ตามมาหลอกหลอนครอบครัวของธีร์ จนทำให้เกิดโศกนาฎกรรมสุดสลดตอนจบ ที่ผมขอกั๊กไว้ก่อนเล็กน้อยให้ไว้ไปดูกันเอง
ส่วนแรกเลยที่ทำให้ผมผิดหวัง คือการนำเอาชื่อ ลัดดาแลนด์ มาตั้งเล่นๆ เพราะทั้งเรื่องไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่โยงกับลัดดาแลนด์ในเชียงใหม่เลย เรียกได้ว่ากะเอาชื่อมาขายเท่านั้น เพราะเรื่องราวแบบในหนังเกิดได้กับทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล นอกจากจะทำให้คนดูหนังกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีความรู้เรื่องประวัติของหมู่บ้านดีพอ เกิดความเข้าใจผิดแล้ว ยังทำให้คนดูที่มีความรู้เรื่องลัดดาแลนด์มาก่อน ผิดหวังที่หนังเอาชื่อมาใช้ ได้ไม่ได้นำพาอะไรเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง
หนังเอาผีมาเป็นส่วนประกอบของเรื่องหลักเท่านั้น และยังเปิดเผยแบบชัดเจอแจ่มแจ้งว่าผีมีจริง ซึ่งลดชั้นเชิงของหนังลงไป นอกจากนี้ ผีในเรื่องยังอาละวาดไปทั่วจนคนทั้งหมูบ้านอยู่กันไม่ได้ เพาะโดนผีหลอกจนโกยแน่บไปหมด น่าผิดหวังที่ผีในเรื่องมีหน้าที่หลอกตัวละคร และทำให้ดูตกในกลัวเท่านั้น แต่ไม่มีเหตุผลใดๆ ต่อเนื่องเลย นอกจากสร้างความเข้าใจผิด และทำให้ความครัวของธีร์ร้าวฉาน เพราะฉะนั้น เนื้อแท้ของเรื่องราวชีวิตครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์สะท้องและตีแผ่ความห่างเหินของสถานบันครอบครัวในยุคทุกนิยม ที่คนต่างเติมเต็มความรักความผูกพันธ์ในครวบครัวด้วยวัตถุสิ่งของ เหมือนที่ธีร์คิดว่าการย้ายบ้านในครั้งนี้จะทำให้ครอบครัวมีความสุข โดยลืมคิดไปว่าความสุขที่แท้จริงอละคือความสุขในบ้านเกิดขึ้นง่ายๆ ด้วยความรัก ความเข้าใจ และความอบอุ่นที่มีให้กันในครอบครัวซ้ำร้ายกว่านั้น ธีร์ ยังเป็นคนที่จมไม่ลง เมื่อต้องตกงานก็ไม่พร้อมจะบอกคนทางบ้าน ด้วยความที่เป็นเสาหลังคนเดียวของบ้าน และกลัวคำสมประมาทของแม่ยายตัวเองจะเป็นจริงขึ้นมา แทนที่ธีร์จะชี้แจงปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ ให้ทุกคนช่วยกันหาทางออก แต่กลับปกปิดเอาไว้แล้วนำเงินฝากของลูกๆมาใช้แทน กลายเป็นความล้มเหลวของผู้นำครอบครัวอย่างเต็มตัว (ฉากหนุ่งที่ผมชอบมากในเรื่อง คือฉากธีร์ตกงาน ต้องแอบทำงานมินิมาร์ดเล็กแล้วเจอลูกสาวตัวเองมาเป็นลูกค้า)
ขณะที่ตัวละครป่าน ก็ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านที่แสนดี พยายามเป็นศุนย์กลางของบ้านที่ไกล่เกลี่ยทุกปัญหา แต่ความกดดันจากหลายทิศทาง ทั้งคว่มเกลียดน่ากันระหว่างสามีกับแม่ตัวเอง ความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้าน และการถูกเหยียดหยามจากสามีตัวเอง ทำให้ป่านเองก็เป็นตัวละครที่มีปัญหา เก็บกด และพร้อมจะระเบิดได้ทุกเวลา (ถึงตรงนี้ต้องบอกว่า ทำให้นึกไปถึงหนังญีปุ่นอย่าง Tokyo Sonata ขึ้นมาตะหงิดๆเพาะมีหลายประเด็นทางครวอบครัวที่คล้ายกันมาก) ขณะที่ลูกสาวอย่าง แนน ก็เกลียดพ่อ เพราะพ่อออกกฎข้อบังคับ และไม่ยอมปล่อยให้เธอมีชีวิตอิสระอย่างวัยรุ่น โดยที่ไม่รู้ว่าทั้งหมดที่พ่อค่อยจ้ำจี้จ้ำไช ค่อยพร่ำบ่น คอยตักเตือนอะไรมากมาย ก็เพราะเป็นห่วงลูกสาวของตนมาก แต่เนื่องจากพ่อไม่พูดตรงๆ ไม่เคยบอกรักให้ได้ยิน แต่กลับเอาแต่บ่นตลอดเวลา ทำให้แนน เข้าใจเจตนาชของพ่อผิดและยิ่งเป็นการตอกย้ำความ บ้านแตก ของครอบครัวนี้หนักขึ้นไปอีก ครอบครัวนี้จึงเป็นครอบครัวที่มีปัญหามากมายแต่กลับปกปิดเอาไว้เสมือนว่าเป็นครอบครัวแสนสุข จนเหล่าผีทั้งหลายออกทำหน้าที่กะเทาะเปลือกแห่งความสุขจอมปลอมออกไป ปัญหาต่างๆจึงบานปลายไปกันใหญ่
ทั้งที่หนังมีประเด็นด้านครอบครัวน่าสนใจและโดดเด่นมากถึงเพียงนี้กลับทำไม่ได้ไม่ดีนักการขมวดปมเรื่องราวทั้งหมดให้กระชับเข้าที่ เกินกว่าครึ่งตอนทำได้ดีมาโยตลอดตั้งแต่การปูเรื่อง การสร้างมิติให้ตัวละครในเรื่อง การสร้างความหวาดระแวงสงสัย และฉากผีหลอกถึงแม้จะโฉ่งฉ่างไปหน่อย แต่ก็กระตุ้นต่อมตกใจได้ดี แต่หนังกลับมาตกม้าตาย!เอาตอนจบที่บรรดาสารพัดผีโผ่ลเข้ามามากมาย แทบมาหลอกก็ไม่จุดหมายว่าจะทำร้าย หรือทำให้กลัวจนต้องย้ายอกไปหรือต้องการมาหยอก ยิ่งไปกว่านั้นการตัดสินใจของตัวละครในเรื่องก็ขาดความเชื่อถืออย่างที่สุดเพราะทั้งที่ก็รู้ว่าผีมีจริง รู้ว่าลูกสาวตนโดนผีหลอกไปแล้ว (ธีร์ก็เห็นผีกับตา จึงอนุมานได้ว่าเขารู้อยู่แล้วว่าผีมีจริง) การที่หนังจบด้วยความตายของสมาชิกในครอบครัวยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าบทไม่ดีพอ จนต้องพึ่งฉาบจบลักษณะนี้
ฉากสุดท้ายอย่าง การสารภาพระหว่างทางกลับบ้าน จึงออกมาไม่ซึ้งและไม่โดนเท่าที่ครวจะเป็น เนื่องจากหนังมีรูโหว์ใหญ่กับการขมวดปมในตอนจบ ที่ไม่ว่าจะทำให้ซึ้งอย่างไร ก็กลบจุดออ่นเรื่องความสงสัยของคนดูไม่ได้
ด้านการแสดงของทีมแสดงในเรื่องออกมาเนียนตา ก้องสหรัถ ทำได้ดีกับการรับบทนำและขับเคลื่อนเรื่องราวไป ซึ่งทำให้คนดูเชื่อได้ว่าเขาคือผู้นำครอบครัวที่ กดดัน ท้อแท้แต่ก็มากไปด้วยอีโก้ที่ต้องการจะพิสูจน์ให้ลูกให้เมียและแม่ยายเห็นความสามรถ ขณะที่สมาชิกคนอื่นก็เล่นได้ดีตามมาตรฐาน และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความน่ารักของลูกๆทั้ง 2 คนในเรื่องมีส่วนช่วยให้คนดูชอบ
สุดท้ายแล้ว เมื่อพิจารณาองค์ประกอบโดยรวม จากการดำเนินเรื่องที่น่าติดตาม แฝงประเด็นเรื่องสถาบันครอบครัวในยุคทุนนิยมเอาไว้ได้อย่างแนบเนียนและจากฉากผีหลอกที่หลอน ทำให้ลัดดาแลนด์ ยังถือเป็นหนังที่น่าสนใจระดับหนึ่ง








